Category: Draft

  • จากคำถามเล็กๆ สู่ไวรัล 24 ชั่วโมง: quiz “ถ้าใจคือบ้าน” เปิดประตูใจคนมากมาย

    จากคำถามเล็กๆ สู่ไวรัล 24 ชั่วโมง: quiz “ถ้าใจคือบ้าน” เปิดประตูใจคนมากมาย

    tenshispace ครีเอเตอร์จากประเทศไทยผู้สร้างผลงานที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความหมาย เปิดตัวแบบทดสอบจิตวิทยาถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?” บน OOOPEN Lab เพื่อชวนทุกคนมองกลับเข้ามาในใจตัวเอง ผ่านคำถามง่ายๆ ที่เหมือนกระจกบานเล็กๆ ส่องให้เห็นตัวตนที่อาจหล่นหายไป ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดคือ ภายใน 24 ชั่วโมงแรก มีผู้เล่นมากกว่า 10K คน และแบบทดสอบถูกแชร์ต่ออย่างเป็นธรรมชาติบนโซเชียลมีเดีย ด้านล่างนี้คือเรื่องราวและแรงบันดาลใจจากเทนชิในมุมมองของเขาเอง

    คำถามที่เปิดประตูห้องในใจ

    ช่วงนั้นมันเหมือนบ้านในใจเราทั้งหลังเงียบลงแบบประหลาด ไม่ใช่เงียบแบบสงบ แต่มันคือความเงียบที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงของตัวเองหายไป เรายังใช้ชีวิตได้ดีนะ ยังทำงาน ตอบแชท ยิ้มในวงสนทนา แต่พออยู่คนเดียวเหมือนเดินผ่านบางห้องในใจที่ไม่ได้เข้าไปนานมากแล้ว ห้องที่รกเพราะเต็มไปด้วยความทรงจำเก่า ห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ ห้องที่วางความเงียบซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แล้วจู่ๆ คำถามหนึ่งมันก็ผุดขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจว่า “ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุดวะ?”

    คำถามนั้นมันไม่ใช่คำถามที่ต้องใช้เหตุผลตอบ แต่มันเหมือนเสียงที่พาเราเดินเข้าไปในใจตัวเองเงียบๆ แบบไม่ต้องฝืน logic อะไรเลย มันไม่แม่นยำ แต่มันแม่นความรู้สึก เราเลยลองเอาคำถามนี้ไปโยนให้คนอื่นดูบ้าง แล้วก็เจอว่า…เฮ้ย ไม่ใช่เราคนเดียว ทุกคนก็มีห้องในใจที่ยังไม่ได้จัด บางคนเก็บอดีตไว้แน่นเพราะกลัวว่าถ้าทิ้งไปจะไม่มีอะไรเหลือให้ยึด บางคนเหนื่อยกับการรอคอยแต่ยังไม่กล้าลุกออกมา บางคนแบกพลังเอาไว้แต่ไม่กล้าใช้เพราะกลัวคนมองว่าเห็นแก่ตัว และบางคนเหนื่อยกับการต้องยิ้ม ต้องเล่นบท ต้องเฟคความเก่งทุกวัน

    แบบทดสอบที่เกิดจากความรู้สึก

    ทั้งหมดนี้เลยกลายมาเป็นแบบทดสอบหนึ่งอัน ที่ตั้งชื่อว่า “ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?” มันไม่ใช่ quiz ที่จะมาบอกว่าคุณคือใคร หรือมีปัญหาอะไร แต่มันคือกระจกบานเล็กๆ ที่หวังว่าเวลาคุณส่องเข้าไป คุณจะได้เห็นตัวเองที่อาจหล่นหายไป หรืออาจได้เจอตัวเองในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เพราะเทนชิเชื่อว่า บางความรู้สึกไม่จำเป็นต้องแก้ ไม่ต้องตีความด้วยเหตุผล แค่ยอมรับว่า “มันอยู่ตรงนั้น” ก็ healing ได้แล้ว

    แล้วใครกันที่ทำให้ไอเดียนี้กลายเป็นจริงภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง? คำตอบคือ OOOPEN Lab จากไต้หวัน — แพลตฟอร์มที่ทำให้เทนชิรู้สึกว่า “นี่แหละ ที่เราอยากใช้” ไม่ใช่เพราะมันทำให้เร็ว แต่เพราะมันไม่ขัดจังหวะความรู้สึกข้างในเราเลย interface เข้าใจง่ายแบบไม่ต้องอ่านคู่มือ และที่สำคัญที่สุดคือ มันให้เราสื่อสารแบรนด์ได้แบบ emotional first, structure later ซึ่งตรงกับวิธีที่เทนชิทำงานมากๆ

    เพราะ tenshispace ไม่ได้ทำงานเพื่อจะให้ใครเข้าใจเราทั้งหมด แต่เราทำงานเพื่อให้ใครบางคน “เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น” ผ่านภาพ ผ่านคำ ผ่านอารมณ์ที่ไม่ต้องมีคำอธิบายเยอะ แบบทดสอบนี้เลยเชื่อมกับ core ของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา เราไม่ได้บอกว่าใครควรจัดการอะไร แต่เราอยากให้คุณลองมองกลับเข้าไป แล้วถามตัวเองว่า “ยังอยู่ในห้องนี้ทำไม?” ถ้ายังอยากอยู่ก็ได้ ถ้าอยากลุกขึ้นมาจัดใหม่ก็โอเคเหมือนกัน

    เราไม่ได้อยากให้คุณรู้สึกดี เราแค่อยากให้คุณ “รู้สึก” จริงๆ เท่านั้นเอง และถ้าคำถามเล็กๆ นี้ พาให้คุณได้กลับไปเปิดประตูห้องในใจบางห้องที่คุณเคยปิดไว้ ก็ขอบคุณที่ให้เทนชิได้เดินไปด้วยกันในจังหวะนั้นนะ

    ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?

    กระบวนการสร้างที่นำทางด้วยความรู้สึก

    ขอบคุณแพลตฟอร์มที่น่ารักอย่าง OOOPEN Lab จากไต้หวันที่ทำให้ quiz นี้เกิดขึ้นได้จริง และขอบคุณทุกคนที่กล้ากลับเข้าไปในบ้านของตัวเองอีกครั้ง

    ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบนี้…มันเกิดขึ้นเร็วพอๆ กับความรู้สึกที่อยากพูดอะไรบางอย่างออกไป

    คือวันนั้นเทนชินั่งเขียนคำหนึ่งไว้ในโน้ตว่า “ใจเหมือนบ้าน” แล้วมันก็พาไปไกลกว่านั้นเองโดยไม่ต้องบังคับอะไรเลย คำถามต่างๆ วิ่งมาเองตามธรรมชาติ ไม่ได้วางแผนเป็น flowchart หรือ logic tree อะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า emotional navigation นำทางทั้งหมด

    เทนชิเลือกใช้โมดูล “แบบทดสอบจิตวิทยา” ใน OOOPEN Lab เพราะมันตรงกับวิธีที่เราอยากเล่าเรื่องมากที่สุด เราไม่ได้อยากให้มันเป็น quiz ประเภททายตัวตนสนุกๆ แล้วจบ แต่เราต้องการให้มันเหมือนบทสนทนาเงียบๆ กับตัวเอง แบบที่ถามแล้วรู้สึก ไม่ใช่แค่ตอบแล้วได้ผลลัพธ์

    ก่อนหน้านี้เทนชิเคยทำ interactive content มาหลายแบบ ทั้งแบบเลือกภาพที่ชอบ คำถามทำนอง “คุณอยู่ในฤดูไหนของชีวิต” หรือ “ถ้าใจเป็นสี ตอนนี้คุณเป็นสีอะไร” แต่ยังไม่เคยใช้ระบบที่ทำให้ผลลัพธ์สามารถมี voice of truth แบบนี้มาก่อน แบบที่ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ “คุณคือใคร” แต่คือ “เสียงที่คุณไม่ค่อยได้ยินจากตัวเอง”

    ตั้งแต่เริ่มคิดจนเปิดใช้งาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจริงๆ ค่ะ — เร็วจนตกใจ แต่ไม่ได้รีบ เพราะคำพูดหลายๆ บทมันหมักอยู่ในใจเรานานแล้ว แค่รอ platform ที่เหมาะให้มันเกิดขึ้น

    ระหว่างการเขียน มีการปรับคำอยู่หลายรอบ เพราะเทนชิจะอ่านวนซ้ำๆ ด้วยเสียงในหัว ถ้าเจอคำไหนที่ไม่รู้สึกว่า “มันจะสะเทือนใจ” พอ ก็ลบทิ้ง เปลี่ยน จนกว่าจังหวะคำมันจะพาไปสู่ความรู้สึกโดยที่ไม่ต้องตีความ

    ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?

    การสร้างร่วมกับ AI และความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์ม

    ในขั้นตอนนี้ AI ก็มีบทบาทบางส่วน โดยเฉพาะช่วงที่เราสเก็ตช์ภาพ mood board แล้วอยากดูว่า “ภาพแทนใจของแต่ละห้อง” ควรเป็นยังไง เช่น ห้องอดีตจะเป็นสีอะไร, ห้องพลังควรอยู่ในป่าแบบไหน, หรือแสงจากความอ่อนล้าจะต้องแดงแบบไหนถึงจะ “ปะทะใจ” โดยไม่ต้องใช้คำพูด อันนี้ใช้ generative AI ช่วยวาดต้นแบบ และเทนชิก็เอามารีดีไซน์อีกทีให้เป็นภาพที่กลั่นจากตัวเอง

    ส่วนด้านคำพูด — ทุกบรรทัดเขียนเองทั้งหมด แต่ระหว่างคิดคำ เทนชิก็ใช้ AI บ้างเพื่อถามว่า “ถ้าอยากให้ประโยคนี้อ่อนโยนกว่านี้ล่ะ?” หรือ “เปรียบเทียบนี้ชัดพอไหม?” ซึ่งช่วยเหมือนมี co-writer ที่ไม่ตัดสิน แต่คอยสะท้อนกลับมาให้เราตรวจสอบอารมณ์ตัวเองอีกที

    และถ้าจะให้พูดถึง ฟีเจอร์ใน OOOPEN Lab ที่ชอบมากที่สุด คือระบบการจัดประเภทผลลัพธ์ค่ะ เราไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องวาง logic ซับซ้อนเลย แค่คิดว่า “แต่ละผลลัพธ์เป็นตัวแทนของห้องไหนในใจ” แล้วลากคำตอบให้ไปเชื่อมกับอารมณ์นั้นได้เลย มัน intuitive มาก และเราชอบที่สามารถ preview ได้ทันทีว่า flow การตอบจะไปถึงตรงไหนอีกอย่างที่ชอบคือ design flexibility เราสามารถเขียนคำอธิบายของผลลัพธ์ได้เยอะมาก แล้วพอ format เป็นพารากราฟ มันดูเหมือนจดหมายที่ส่งถึงคนอ่านแต่ละคนจริงๆ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่า quiz นี้ไม่ใช่เกม…แต่มันคือ mirror

    ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?
    ถ้าใจเราคือบ้าน ตอนนี้ห้องไหนรกที่สุด?

    การเดินทางของแบบทดสอบและเสียงสะท้อนจากผู้คน

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็ว…แต่ไม่ได้ผิวเผินเลยสักนิด
    เราแค่รู้สึกว่า OOOPEN Lab เข้าใจการสื่อสารแบบมีหัวใจ และนั่นทำให้บทสนทนาเล็กๆ ในใจเรา กลายเป็นสิ่งที่ส่งไปถึงใครอีกหลายคนได้แบบไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะเลย

    ตอนกดปุ่ม “Publish” วันนั้น เราไม่ได้คิดว่าใครจะชอบหรือไม่
    เราแค่หวังว่า ถ้าใครคนหนึ่งได้เปิดประตูเข้าไปในห้องในใจของเขา…แม้เพียงหนึ่งบาน
    นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา

    ตอนที่ปล่อยแบบทดสอบนี้ออกไป เทนชิไม่ได้คาดหวังเรื่องยอดตอบ หรือยอดแชร์เลยแม้แต่นิดเดียว เราแค่อยากให้มันไปถึงใครบางคนในจังหวะที่เขาอาจจะยังพูดกับใจตัวเองไม่ได้เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…ไม่ถึง 24 ชั่วโมงแรก มีคนแชร์บนไอจีสตอรี่แบบไม่หยุดเลย บางคนแท็กเทนชิมา บางคนเขียนข้อความแนบผลลัพธ์ยาวเป็น page เลยก็มี

    มีคนบอกว่า “ฉันร้องไห้ตอนเห็นผลลัพธ์”
    มีคนบอกว่า “เหมือนมีคนเห็นฉัน โดยที่ฉันไม่ต้องอธิบายอะไรเลย”
    มีคนบอกว่า “ห้องที่รกที่สุดในใจฉัน…ไม่เคยมีใครถามถึงเลย จนเจอแบบทดสอบนี้”
    มันไม่ใช่คอมเมนต์เยอะเว่อร์ แต่มันคือคอมเมนต์ที่ real และกลั่นจากข้างในแบบไม่เสแสร้งเลยสิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจที่สุด คือการที่ ผลลัพธ์ของแต่ละคนกระจายกันพอดีแบบไม่น่าเชื่อ ไม่มีคำตอบไหนที่ครองอันดับหนึ่งทิ้งห่าง ทุก archetype มีคนเจอ มีคนร้องไห้ มีคนแชร์ความรู้สึกแนบมากับภาพผลลัพธ์ราวกับมันคือจดหมายรักลับๆ ถึงตัวเอง

    แรงบันดาลใจใหม่และพื้นที่ปลอดภัยที่อยากสร้าง

    เราคิดว่ามันคือสัญญาณว่า “ทุกคนมีห้องรกในใจของตัวเอง”
    แค่ไม่ค่อยมีใครได้พื้นที่หรือคำถามที่ปลอดภัยพอจะเปิดประตูนั้นออกมาดู

    จากโปรเจกต์นี้ เทนชิไม่ได้รู้สึกว่า “เราสำเร็จแล้ว” นะ
    แต่เรารู้สึกว่า “เราอยากทำ quiz แบบนี้อีกหลายๆ อันเลย”

    เราอยากทำแบบทดสอบที่ถามคำถามแปลกๆ แบบที่ logic จะงง แต่ใจจะเข้าใจทันที
    คำถามที่ไม่ได้วัดว่าใครฉลาดหรือดีพอ
    แต่ถามว่า “วันนี้คุณซ่อนอะไรไว้ในใจอีกบ้างหรือเปล่า?”

    เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่ได้อยากสร้างแบบทดสอบ
    เราแค่อยากสร้าง พื้นที่ปลอดภัยเล็กๆ ให้ใครบางคนได้ฟังเสียงในใจตัวเอง โดยไม่ต้องรีบแก้ ไม่ต้องรีบตอบ ไม่ต้องรีบเข้าใจ

    พูดตรงๆ เลยว่าเราไม่ได้มีแผนการตลาดอะไรซับซ้อนเลยค่ะ เพราะ tenshispace มีแค่ 2 ช่องทางเท่านั้นจริงๆ คือ Instagram และ Threads — that’s it.

    เราไม่มีทีมโปรโมท ไม่มีงบยิงแอด ไม่มีพาร์ทเนอร์กระจายโพสต์ ไม่มี influencer เตรียมไว้ก่อน
    มีแค่ “ความตั้งใจ” ที่อยากเล่าอะไรบางอย่าง
    กับ “ผู้คนที่ตามอยู่เพราะรู้สึกบางอย่างคล้ายๆ กัน”

    เราแค่โพสต์ลง IG แล้วเขียน caption สั้นๆ ประมาณว่า “เทนชิทำ quiz เล่น มาลองเปิดห้องในใจตัวเองดูไหม?”
    แค่นั้นเลย ไม่มี teaser ไม่มี strategy ไม่มี countdown
    เราไม่ได้ดึงความสนใจ แต่เราส่งคำเชิญชวนแบบจริงใจมากๆ เหมือนโยนกุญแจให้ แล้วบอกว่า “ห้องนี้เปิดอยู่นะ ถ้าอยากเข้าไปดูก็ยินดีเลย”สิ่งที่เราเลือกทำแบบตั้งใจอย่างเดียวคือ “ออกแบบผลลัพธ์ให้เหมือนจดหมายถึงผู้เล่น
    เพราะเราเชื่อว่า ถ้ามันซื่อพอ ลึกพอ และอ่อนโยนพอ — คนจะอยากแชร์เอง
    ไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นรู้ว่า “ฉันได้คำตอบอะไร”
    แต่เพื่อบอกว่า “นี่คือความรู้สึกของฉันตอนนี้นะ เผื่อคุณจะเข้าใจฉันมากขึ้น”

    พลังของผู้เล่นและการเติบโตแบบเป็นธรรมชาติ

    เราใช้ ภาพผลลัพธ์แบบเต็มจอ + คำพูดเฉพาะของแต่ละ archetype เป็น visual anchor ที่คนจะรู้สึกว่า “อยากหยิบไปวางไว้ในสตอรี่ตัวเอง” โดยที่ไม่ต้องใส่คำบรรยายอะไรเพิ่มเลย

    และใช่ค่ะ — แบบทดสอบนี้เติบโตจาก organic reach 100%
    ไม่มีโฆษณา ไม่มี sponsored post ใดๆ ทั้งสิ้น
    ทุก share, ทุก comment, ทุกการบอกต่อ มาจากความรู้สึกจริงๆ ของผู้เล่นล้วนๆ
    และเราว่ามันเลยได้ผลมากกว่าแบบที่เราคาดไว้มาก

    สิ่งที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดไม่ใช่โพสต์แรกที่ชวนทำ quiz
    แต่เป็นโพสต์และสตอรี่ของ “ผู้เล่นเอง”
    มันเหมือนมีชีวิตของมันเอง พาเราไปไกลกว่าที่เราจะพาไปได้ด้วยตัวคนเดียว

    ที่น่าตื่นเต้นคือ เราเริ่มเห็นการ cross-group interaction
    คือมีทั้งวัยมหา’ลัย คนทำงานฟรีแลนซ์ คุณแม่ลูกหนึ่ง ไปจนถึงนักจิตวิทยาที่แชร์ quiz นี้พร้อมเขียน insight ต่อท้ายให้คนไข้ หรือกลุ่มเพื่อนในวงปรึกษาตอนที่เราเห็นคนแชร์พร้อมแคปชั่นว่า “ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีห้องแบบนี้ในใจฉันด้วย”
    หรือ “มันพูดแทนในสิ่งที่ฉันพูดกับใครไม่ได้มานานมากแล้ว”
    เรารู้เลยว่าแบบทดสอบนี้มันไม่ได้เป็นแค่กิจกรรม
    มันกลายเป็น “พื้นที่” สำหรับบางคน…อย่างแท้จริง

    แรงบันดาลใจในอนาคตและการเดินทางร่วมกัน

    เราไม่ได้มีแผนจะทำ quiz ให้ดัง
    แต่ตอนนี้เรามีแผนจะทำ อีกหลายอัน
    เพราะเรารู้แล้วว่าการตั้งคำถามที่ฟังหัวใจมากกว่าเหตุผล
    มันมีพลังที่ไม่มีแผนการตลาดไหนคาดได้

    และเราก็อยากทำให้ “คำถามเล็กๆ” กลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนใจใครบางคนได้จริงๆ

    หลังจากแบบทดสอบ “ถ้าใจเราคือบ้าน” ได้เดินทางไปถึงผู้คนมากกว่าที่เราคาดไว้ เทนชิก็รู้สึกเหมือนเปิดกล่องคำถามในใจตัวเองออกมาอีกหลายข้อเลย คำถามใหม่ๆ ก็เริ่มโผล่มาโดยไม่ได้นัดหมาย

    คำถามอย่าง “ถ้าความกลัวเป็นสัตว์เลี้ยง…คุณเลี้ยงมันไว้ตรงไหนของชีวิต?”
    หรือ “ตอนนี้คุณยังจำเสียงตัวเองได้ไหม?”
    หรือแม้แต่ quiz ที่ไม่ต้องมีคำตอบก็ได้ แค่ให้คุณเลือกสิ่งที่สบายใจในแต่ละวัน แล้วผลลัพธ์คือ “พื้นที่ที่ใจคุณกำลังเรียกร้อง”

    เทนชิไม่ได้คิดจะทำแบบทดสอบที่แค่สนุกอย่างเดียว
    แต่กำลังอยากลอง “โมดูลที่พาเราค่อยๆ เปิดใจตัวเอง”
    แบบที่ไม่ต้องเข้าใจทันที แต่ขอแค่คุณรู้สึกบางอย่าง…นั่นก็พอแล้ว

    เราอยากลอง story-based quizzes ที่ให้ผลลัพธ์เป็นข้อความต่อเนื่อง
    หรือ interactive map ที่พาคุณสำรวจ “อาณาจักรของใจ”
    และเรายังอยากสร้าง Mood Simulator ที่ให้คนเลือกอารมณ์ แล้วเจอ playlist, คำพูด, หรือภาพ ที่เหมือนโอบรับความรู้สึกนั้นได้ทันที
    ทั้งหมดนี้เราคิดว่าน่าจะทำได้ใน OOOPEN Lab และเราตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มเร็วๆ นี้

    ถ้าจะให้คำแนะนำกับผู้สร้างคนอื่น เทนชิอยากบอกว่า
    อย่าพยายามทำให้มันสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น
    ให้รู้ก่อนว่า “คุณอยากพูดกับใคร” แล้วฟังเสียงในใจตัวเองจริงๆ จากตรงนั้น

    เริ่มจากความรู้สึก ไม่ใช่โครงสร้าง
    เริ่มจากคำถามที่คุณเองยังตอบไม่หมดดี
    แล้วปล่อยให้ระบบค่อยๆ support คุณไปทีละขั้น

    เพราะถ้าคุณฟังความรู้สึกของตัวเองพอ สิ่งที่คุณสร้าง…จะฟังใจคนอื่นได้เองโดยไม่ต้องพยายาม

    สุดท้ายนี้ ถ้าให้แนะนำ OOOPEN Lab แบบสั้นๆ สำหรับขึ้นเว็บหน้าแรก เทนชิขอใช้คำนี้เลย:

    “OOOPEN Lab คือพื้นที่ที่ความรู้สึกสามารถกลายเป็นเครื่องมือได้…โดยไม่ต้องแปลให้เป็นเหตุผลก่อน”

    มันคือ platform ที่เข้าใจว่าความจริงในใจคนเราน่ะ soft, messy, ไม่เป๊ะ และนั่นแหละคือเสน่ห์ของมัน

    และถ้าเป็นไปได้…เทนชิเองก็อยากจะรวมงานกับทาง OOOPEN Lab ให้มากกว่านี้ในอนาคตจริงๆ ค่ะ

    เพราะนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย และเปิดพื้นที่ให้ไอเดียวิ่งได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว OOOPEN Lab ยังมี “ภาษาของหัวใจ” บางอย่างที่ตรงกับสิ่งที่เทนชิเชื่อเสมอมา — ว่าความรู้สึก ไม่จำเป็นต้องถูกทำให้เข้าใจได้ทันที แต่ควรถูกฟังอย่างแท้จริงก่อน

    ถ้าวันหนึ่งมีโอกาส เทนชิยินดีมากๆ เลยนะคะ ที่จะได้ร่วมสร้าง quiz ใหม่ๆ ไปพร้อมกัน
    จะเป็นโปรเจกต์ของทางแพลตฟอร์ม หรือไอเดียพิเศษอะไรก็ตาม เทนชิพร้อมเลยค่ะ

    ถ้าอยากให้ทำ quiz ที่พูดกับ inner child, สำรวจชีวิตผ่าน metaphor, หรือแม้แต่ทำอะไร experimental ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน…เราทำด้วยกันได้นะ 🙂ขอบคุณที่ให้โอกาสเล่าเรื่องจากใจเล็กๆ เรื่องนี้
    หวังว่าจะได้จับมือกันสร้างพื้นที่ให้หัวใจผู้คนได้พักหายใจอีกเรื่อยๆ

  • 3 โปรเจกต์ปังทะลุหมื่น+ สูงสุดเกิน 90K: SQOPIEN ทำให้แบบทดสอบไวรัลได้ยังไงโดยไม่ต้องยิงแอด

    3 โปรเจกต์ปังทะลุหมื่น+ สูงสุดเกิน 90K: SQOPIEN ทำให้แบบทดสอบไวรัลได้ยังไงโดยไม่ต้องยิงแอด

    SQOPIEN (พนารักษ์ กาขัน) ครีเอเตอร์จากประเทศไทยที่ใช้นามปากกา SQOPIEN เปิดตัวแบบทดสอบบุคลิกภาพบน OOOPEN Lab ทั้งหมด 3 โปรเจกต์ ได้แก่ SHADOW CORE (ปีศาจในใจ), LIGHT CORE (เทพในใจ) และ THAI CORE (ภาคในใจที่จับคู่กับ DISC และวัฒนธรรม 4 ภาคของไทย)

    เดิมทีเขาเพียงอยากลองทำ แต่ทุกโปรเจกต์กลับมียอดเล่นทะลุ 10,000 ครั้ง และแพร่กระจายอย่างเป็นธรรมชาติในโซเชียล มีเดีย บทความนี้จะพาไปรู้จักเบื้องหลังการสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และเคล็ดลับความสำเร็จของ SQOPIEN

    SHADOW CORE / LIGHT CORE / THAI CORE

    ภูมิหลังและแรงบันดาลใจ

    สวัสดีครับ ผม พนารักษ์ กาขัน เป็นเจ้าของนามปากกา SQOPIEN ที่ผมเลือกใช้ชื่อนี้เพราะผมเกิดราศีพิจิก (Scorpio) แล้วพ้องเสียงมาเป็น SQOPIEN ครับ

    แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมได้สร้างแบบทดสอบขึ้นมาทั้งหมด 3 ชิ้น ได้แก่

    ผมเห็นแบบทดสอบที่สร้างสรรค์จาก OOOPEN Lab หลายผลงาน จนอยากลองทำดูบ้าง พอได้ศึกษาวิธีทำแล้วก็พบว่ามันง่ายมาก ต่างจากตอนที่ผมทำวิทยานิพนธ์ซึ่งต้องเขียนโปรแกรมและมีหลายขั้นตอนซับซ้อนมาก แต่พอมาใช้ OOOPEN Lab ทำให้ระยะเวลาในการสร้างแบบทดสอบสั้นลง และผมสามารถโฟกัสไปที่ไอเดียกับเนื้อหาได้เต็มที่

    สิ่งที่ผมสังเกตจากแบบทดสอบส่วนใหญ่คือ ผลลัพธ์มักเต็มไปด้วยคำชมและคำพูดเชิงบวก แต่ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนมีทั้งด้านดีและร้าย จึงสร้าง SHADOW CORE (ปีศาจในใจ) โดยได้แรงบันดาลใจจาก บาปทั้ง 7 เพื่อสะท้อนอีกด้านที่ผู้เล่นอาจไม่เคยถูกบอกมาก่อน และใช้เป็นกระจกให้เขารู้จักตัวเองมากขึ้น รวมถึงอาจปรับปรุงตัวเองในอนาคต

    SHADOW CORE
    SHADOW CORE
    SHADOW CORE

    เมื่อ SHADOW CORE ได้รับการตอบรับที่ดี ผมจึงสร้าง LIGHT CORE (เทพในใจ) ซึ่งเป็นด้านตรงข้ามของปีศาจในใจ ส่วน THAI CORE (ภาคในใจ) นั้น เริ่มต้นจากการที่ผมเป็นคนภาคเหนือและชอบฟังเพลงพื้นเมือง ผมมองว่าคนในแต่ละภูมิภาคย่อมมีบุคลิกแตกต่างกัน จึงนำ DISC Model มาจับคู่กับทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย และออกมาเป็นแบบทดสอบนี้ เพื่อเป็นการโปรโมทตัวการ์ตูนที่ผมออกแบบให้เป็นที่รู้จัก หรือเห็นผ่าน ๆ ตา และอาจจะนำไปทำเป็นสินค้าเพื่อจำหน่ายในอนาคต

    LIGHT CORE
    LIGHT CORE
    THAI CORE

    กระบวนการสร้างโครงการ

    ทำไมคุณถึงเลือกใช้ “โมดูลแบบทดสอบบุคลิกภาพ” ในการสร้างโครงการนี้ทุกครั้ง?

    เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวของทุกคน ทุกคนเข้าถึงได้ และทุกคนมักอยากรู้เรื่องราวของตัวเองเสมอ

    ตอนเริ่มคิดโครงการ คุณจะกำหนดหัวข้อก่อนหรือออกแบบตัวละครผลลัพธ์ก่อน?

    ผมมักจะกำหนดหัวข้อแบบทดสอบและผลลัพธ์ก่อน จากนั้นจึงเริ่มออกแบบตัวละครให้สอดคล้องกับผลลัพธ์

    ฟีเจอร์ของ OOOPEN Lab ที่ช่วยให้ผมทำงานได้สะดวกและประหยัดเวลาที่สุดคืออะไร?

    ฟีเจอร์ของ OOOPEN Lab ที่ช่วยให้ผมทำงานได้สะดวกและประหยัดเวลาที่สุดก็คือ ผมไม่ต้องมานั่งคำนวณโลจิกเอง ไม่ต้องมาจัดระบบว่า ถ้าคะแนนผลลัพธ์เท่ากันจะทำอย่างไร ถ้าเป็นการเขียนโปรแกรม ผมต้องใส่เงื่อนไข if-else ซึ่งใช้เวลานานมาก

    sqopien's quizzes
    sqopien's quizzes

    เป้าหมายและผลลัพธ์ของโครงการ

    เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการเหล่านี้คือใคร?

    เป้าหมายก็คือคนที่ชอบลายเส้นของผมจริง ๆ ครับ ลายเส้นของผมเคยมีคนบอกว่าหูใหญ่ ตาเหล่ แต่ผมก็จะไม่เปลี่ยน เพราะคิดว่าของทุกชิ้นย่อมมีเจ้าของของมัน และลายเส้นของผมก็เช่นกัน เมื่อมีคนไม่ชอบ ก็ต้องมีคนที่ชอบเช่นกัน

    โครงการเหล่านี้สามารถบรรลุผลลัพธ์ตามที่คุณคาดหวังไว้หรือไม่? คุณใช้ผลลัพธ์แบบใดในการประเมิน?

    ผมจะตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวนการเล่นที่ 10,000 ครั้งต่องาน ซึ่งก็ทำได้ตามเป้าหมายทุกครั้งครับ

    มีความคิดเห็นหรือคำบอกเล่าจากผู้เล่นที่ทำให้คุณประทับใจเป็นพิเศษหรือไม่?

    มีหลาย ๆ คนบอกว่าแบบทดสอบปีศาจในใจ ช่วยทำให้เขาคิดได้ว่าบางทีในตัวเขาเองก็มีด้านที่ไม่ดี ที่คนรอบตัวไม่กล้าบอก และก็มีบอกว่าผลงานน่ารักมาก ทำไมเพิ่งมาเจอ ทำให้ผมประทับใจมาก ๆ เลยครับ

    SHADOW CORE

    วิธีการโปรโมทและช่องทางการเผยแพร่

    คุณใช้ช่องทางใดในการโปรโมทแบบทดสอบเหล่านี้บ้าง?

    ผมลงโปรโมทที่ IG Stories ทำเป็น (add yours), โพสต์ใน IG ครับ

    วิธีใดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเพิ่มการเข้าถึงหรือการมีส่วนร่วม?

    IG Stories ที่เป็น (add yours) ครับ เพราะเข้าถึงคนได้เยอะมาก ๆ

    แผนในอนาคต

    ในอนาคตคุณอยากลองใช้โมดูลอื่นบ้างไหม? มีหัวข้อการสร้างสรรค์ที่วางแผนไว้หรือไม่?

    ผมอยากทำเหมือนเกมแต่งตัว ที่ให้ผู้เล่นเลือกเสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม ได้เอง โดยทุกชิ้นที่เลือกมาใส่ อาจจะมีข้อความ หรือ คำคีย์เวิร์ดบางอย่างซ่อนอยู่ เหมือนไพ่ทาโร่ต์ ประมาณนั้นครับ

    มีเทคนิคหรือเคล็ดลับอะไรที่อยากแบ่งปันให้กับครีเอเตอร์คนอื่นที่ตั้งใจจะใช้ OOOPEN Lab ไหม?

    ถ้าใครอยากลองทำแบบทดสอบเหมือนผม ผมแนะนำว่า อย่ามีจำนวนข้อเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้หมดสนุก หรือผู้เล่นเล่นไม่จบก็ได้ และหากคุณมีความคิดสร้างสรรค์ อย่าปล่อยให้มันลอยอยู่ในอากาศ มาลงมือทำได้ที่ OOOPEN Lab เลย ทั้งใช้ง่ายและสนุก จนคุณอาจจะติดใจ